Showing posts with label เพ้อเจ้อเรื่องลูก. Show all posts
Showing posts with label เพ้อเจ้อเรื่องลูก. Show all posts

ชื่นใจ เพลงเพราะๆ รับขวัญลูก

เพลงเพราะๆ รับขวัญลูก

บอย ตรัย ภูมิรัตน หรือที่รู้จักกันดีในนาม บอย ฟรายเดย์
แต่งเพลงรับขวัญลูกสาว น้องชื่นใจ เพราะดี ขอเอามาฝากกันจ้า

เนื้อเพลง

* ถึงวันนี้สักที วันที่พ่อและแม่ชื่นใจ
เฝ้ารอมานับปี กว่าจะถึงวันนี้รู้ไหม
มีความรู้สึกมากมาย อยากให้ลูกรู้ให้ได้
เพราะวันนี้ที่ลูกเกิดมา คือของขวัญล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งไหน ลูกรู้ไหม
ถึงวันนี้สักที วันที่พ่อและแม่ชื่นใจ

คือความสุขของพ่อ และความสุขของแม่ รู้ไหม
เราต่างก็เฝ้ารอ ที่จะได้พบลูกไวๆ
ตั้งใจเมื่อไรได้ตัว จะจูบลูกให้ชื่นใจ
เจ้าตัวน้อยๆ ค่อยๆ ลืมตา เปล่งเสียงร้องไห้จ้า จะกอดเจ้าไว้ ไม่เป็นไร
ถึงวันนี้สักที วันที่พ่อและแม่ชื่นใจ

** เราจะภาวนาต่อนางฟ้า เทวดา ดวงดาว
ขอให้ลูกของเราแข็งแรง
ขอให้เจ้านั้นเป็นเด็กดี มีหัวใจสู้และเข็มแข็ง
และไม่ว่าอย่างไร รักนี้ไม่มีสิ่งใดๆ เคลือบแคลง

ถึงวันนี้สักที วันที่พ่อและแม่ชื่นใจ

**
*

เสียงหัวเราะ..กลยุทธ์ช่วยลูกเติบโตดี

เสียงหัวเราะ...ดัชนีความสุขและการเติบโตของลูก

ถ้าเจ้าของเสียงหัวเราะคือลูกน้อยของคุณ ผลที่ได้ก็ไม่ต่างจากผู้ใหญ่หรอกค่ะ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือเสียงหัวเราะของลูกเปรียบเหมือนเสียงสวรรค์ของพ่อแม่ เพราะเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่าลูกกำลังมีความสุข

ขณะเดียวกันก็สื่อนัยว่า ลูกจะเป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ที่ดีอีกด้วย เพราะเด็กจะใช้เสียงหัวเราะและอารมณ์ขันเพื่อผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียด และสร้างบรรยากาศให้สนุกสนานเกิดขึ้นภายในจิตใจ ทั้งยังได้เรียนรู้วิธีที่จะสื่ออารมณ์ในทางบวกผ่านเสียงหัวเราะ ทำให้ฮอร์โมนโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ความสุข การเคลื่อนไหวและความจำหลั่งออกมา ส่งผลให้เด็กมีความสุขและไปต่อต้านกับความเครียด จนทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในร่างกายลดลงและเจริญเติบโตได้ตามปกติ

จะว่าไปฮอร์โมนคอร์ติซอลก็ไม่ได้เป็นผู้ร้ายที่ต้องกำจัดออกไปจากร่างกายหรอกนะคะ เพราะถ้ามีในระดับที่พอดีกลับเป็นแรงเสริมให้เด็กๆ มุ่งมั่นทำสิ่งต่างๆ จนประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย แต่ถ้ามีมากเกินก็ส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ เพราะจะทำให้เกิดอาการเครียด การเจริญเติบโตไม่ดี โดยเฉพาะสมอง และอาจทำให้เกิดบางโรค เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มะเร็ง กระเพาะอาหาร เป็นต้น ซึ่งวิธีลดระดับคอร์ติซอลนั้นง่ายมากค่ะ เพียงหาหนทางให้ลูกหัวเราะ ให้ฮอร์โมนโดพามีนหลั่งออกมาค่ะ

พอนึกออกแล้วนะคะ ว่าถ้าวันหนึ่งๆ ลูกไม่หัวเราะหรือมีอารมณ์ขันเลย จะเกิดอะไรขึ้น ที่ชัดเจนคือ ลูกจะเครียด ไม่มีความสุข การเจริญเติบโตไม่ดี มองโลกในแง่ร้าย ไม่ไว้ใจใคร ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง และมีบุคลิกภาพที่ไม่ดีตามมาอีกด้วยค่ะ

เสียงหัวเราะสำคัญต่อลูกในท้อง

สำหรับคุณแม่ท้องจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างเสียงหัวเราะ หรือทำให้ตัวเองอารมณ์ดีค่ะ เพราะนั่นหมายถึง ลูกน้อยจะได้รับอานิสงส์จากเสียงหัวเราะของคุณไปด้วย เพราะถ้าแม่ท้องมีอารมณ์ขันหรือหัวเราะอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินหายใจทั้งต่อตัวแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ ซึ่งเด็กที่อยู่ในท้องของคุณแม่ที่อารมณ์ดี เมื่อคลอดออกมาจะเติบโตดี อันเป็นจุดเริ่มต้นของความสามารถในการเรียนรู้ทั้งหมดค่ะ

ที่สำคัญช่วง 0-6 ปี สมองของลูกเจริญเติบโตดีที่สุด จึงต้องต่อยอดการเรียนรู้ด้วยการเสริมกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ลูกอารมณ์ดี เพราะเมื่อลูกสนุกและอารมณ์ดีแล้ว ทุกอย่างรอบตัวก็น่าสนุกและน่าเรียนรู้ไปหมด แม้ในยามเจอปัญหาก็กลายเป็นเรื่องท้าทายให้หาทางออกและใช้ความคิดสร้างสรรค์ค่ะ

กลยุทธ์จุดอารมณ์ขัน

เบบี้ 0-1 ปี

วัยนี้ลูกสามารถสร้างเสียงหัวเราะและอารมณ์ขันได้ง่ายมาก ไม่ต้องไปสรรหาวิธีการอะไรให้ยุ่งยาก เพียงแค่เราเอาใจใส่และทำทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันให้มีแต่ความสุข เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้เขาได้เรียนรู้โลกกว้าง ร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ดีและสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้

กิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเสียงคิกคักให้เจ้าตัวเล็กได้นั้นมีมากมายค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกหยิบจับอะไรมาเล่นกัน มาลองดูนะคะ

  1. จ๊ะเอ๋...เบบี้ เป็นกิจกรรมยอดฮิตครองแชมป์โลกก็ว่าได้ เพราะพ่อแม่ทุกคนต้องเล่นกับลูกแน่นอนค่ะ สามารถเรียกความสนใจเจ้าตัวเล็กให้รู้จักมักคุ้นกับใบหน้าของคนรอบๆ ตัวด้วยค่ะ อาจใช้ผ้าอ้อมของลูก ตุ๊กตา หรือมือของคุณเองก็สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้ลูกได้แล้วค่ะ
  2. เล่นปูไต่ วิธีนี้ก็สนุกไม่เบา ใช้ปลายนิ้วมือของแม่หรือพ่อสัมผัสที่ท้องลูกเบาๆ ลูกจะรับรู้ถึงสัมผัสนั้นได้ แค่นี้ก็ทำให้ลูกรู้สึกจั๊กจี๋และหัวเราะออกมาได้แล้ว
  3. เอื้อมให้ไกลไปให้ถึง เพียงแค่คุณเอาของเล่นที่ลูกชอบ วางให้ห่างจากมือลูกสักนิดเจ้าตัวเล็กจะคืบคลานทีละนิดๆ เพื่อเอื้อมหยิบของเล่นชิ้นนั้น วิธีนี้สร้างทั้งเสียงหัวเราะและฝึกให้เขาได้บริหารกล้ามเนื้อแขน ขา และนิ้วมือด้วย
  4. ยิ้มให้กระจก ลองหากระจกที่มีลวดลายสีสันสดใสให้ลูกส่องดูตัวเองสิคะ แล้วทำท่าทางต่างๆ ให้ลูกทำตาม แค่เขาเห็นตัวเองในกระจกก็ยิ้มไม่หุบแล้วค่ะ และถ้ามีท่าตลกๆ ให้เขาเห็นหรือทำตาม เขาจะหัวเราะร่าเลยเชียว
  5. ตุ๊กตาหนูหายไปไหน นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ฮิตไม่เบาเช่นกัน เพียงเอาของที่ลูกโปรดปรานไปแอบไว้สักพัก แล้วค่อยๆ เอาออกมาทำท่าตกใจให้เขาเห็น
  6. โมบายกรุ๊งกริ๊ง เด็กเล็กบางคนแค่เห็นโมบายแกว่งไปมา ก็อารมณ์ดีนอนยิ้มกริ่มแล้ว ยิ่งปล่อยให้เขาได้เอื้อมคว้าจับด้วย ก็จะยิ่งชอบใจค่ะ
  7. แย่งของเล่น อันนี้ก็ใช้ของเล่นชิ้นโปรดของลูกเช่นกัน แต่คุณต้องแย่งของเล่นจากลูกด้วยการแกล้งดึงออกจากมือลูกแล้วก็ปล่อย ...อย่าแย่งจริงล่ะ เดี๋ยวได้เสียงร้องไห้โฮโฮมาแทนเสียงหัวเราะฮ่าฮ่า จะหาว่าไม่บอกกันก่อน
  8. ไล่จับหนู การเล่นไล่จับกับลูกก็สร้างเสียงหัวเราะได้ ลูกอยู่ในวัยคลาน คุณก็คลานไล่ตามลูก เจ้าตัวเล็กจะรีบคลานหนีไปพร้อมๆ กับส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก วิธีนี้ทำให้กล้ามเนื้อแขน ขา และมือแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ
  9. เป่าพุงป่อง เล่นแบบนี้ก็สนุกไม่แพ้กัน เพราะสร้างได้ทั้งเสียงหัวเราะและเสียงดังจากการเป่า เสร็จแล้วก็แกล้งทำสะดุ้งตกใจเมื่อมีเสียงดัง หรืออาจทำท่าทางแปลกๆ ให้เขาดูก็ได้ค่ะ
  10. บินเหมือนนก เป็นการเล่นอีกแบบหนึ่งที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้ลูกได้ไม้แพ้วิธีอื่นๆ เพียงคุณอุ้มลูกให้นอนคว่ำ มือข้างหนึ่งจับที่หน้าอกและมืออีกข้างหนึ่งจับที่ช่วงขา แล้วพาเขาบินไปพร้อมๆ กัน เท่านี้เจ้าตัวเล็กก็ยิ้มร่าแล้วค่ะ
  11. ขี่ม้าชมเมือง ชื่อนี้คุณอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าบอกวิธีการแล้วคุณต้องร้องอ๋อ...วิธีก็มีอยู่ว่าเวลาที่คุณจะเล่นกับลูกต้องนอนหงายก่อน จากนั้นให้ชันเข่าขึ้นตั้งตรง เข่าชิดกัน อุ้มเจ้าตัวเล็กไปวางไว้ที่หลังเท้าให้ตัวลูกแนบกับเข่า แล้วคุณก็ยกเท้าขึ้นลงๆ คุณอาจกางแขนลูกออกทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับยกขาขึ้นค่ะ
    ขี่คอบิน เพียงคุณอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นขี่คอ กางแขนของลูกออกแล้วพาเขาบินไปด้วยกัน แต่ต้องระวังความปลอดภัยให้ลูกด้วยนะคะ
  12. เหินฟ้า ใช้มือ 2 ข้างจับตัวลูกชูขึ้น-ลง ทำอย่างนี้ซ้ำ 2-3 ครั้ง ครั้งแรกเขาอาจจะตกใจแต่เมื่อทำอีก คราวนี้ลูกจะสนุกและหัวเราะร่วนเลยล่ะค่ะ
    เสื้อผ้าแสนสนุก หลังอาบน้ำเสร็จขณะที่คุณจะแต่งตัวให้เขา คุณก็นำเสื้อผ้าเหล่านั้นมาสร้างเสียงหัวเราะให้ลูก ด้วยการนำเสื้อผ้ามาสวมที่มือคุณแล้วเต้นไปตามจังหวะเพลงที่คุณร้อง หรืออาจจะแต่งเป็นนิทานสักเรื่องหนึ่งก็ได้ หรืออาจใช้เสื้อผ้าไปจั๊กจี๋ลูกแทนมือก็ได้อีกเช่นกัน
    ตีได้ตีดี ไม่ได้ให้ตีลูกนตัวเอง หมายถึงให้หาเครื่องดนตรีสำหรับเด็ก ที่สามารถตีหรือเคาะให้เกิดเสียงได้ จากนั้นก็ลองสาธิตให้เจ้าตัวเล็กดู แค่เจ้าตัวเล็กได้ยินเสียงก็รีบคว้าของจากมือคุณแล้วล่ะค่ะ

[ที่มา: นิตยสารรักลูก,http://www.sudrak.com ]

Get จังงงง Update รูป 5 เดือนจ้า

ขออภัย หายไปนานเลย ตั้งแต่หลังคลอด ไม่ได้มา update blog
แวะมา update ละจ้า ถือโอกาศเปลี่ยน themem เว็บไปด้วยในตัว
และแวะมา update รูป ด้วยเลย

ลูกชาย 5 เดือนละจ้า แปะรูปตั้งแต่ตอนแรก ๆ คัดมาเฉพาะถูกใจคุณพ่อ อิอิ
เรียงลำดับตามอายุ ตั้งแต่แรกคลอด จนกระทั่งล่าสุดเลยนะ
แล้วจะมา update ใหม่เรื่อย ๆ ถ้ามีเวลานะ












และแล้วเจ้าตัวเล็กก็ออกมา

สำหรับฉันแล้ว ไม่ได้เข้านอนในรพ. ด้วยอาการเจ็บท้อง
แต่เจ็บหลังมาก ๆ มา 2-3 วัน เนื่องจากอาการปวดหลังด้านซ้าย อย่างมาก
ซึ่งแน่นอนว่า การที่เราอุ้มท้องอยู่นาน ๆ นั้น ย่อมเป็นภาระแก่หลังอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ปกติ หากได้อยู่ในท่าที่เหมาะสม เช่นการนอนพักผ่อน ก็จะบรรเทาลง
จะปวดมากเวลาเดิน หรือเวลาลุก ก้ม แต่ฉัน แค่นอนเฉย ๆ ก็ปวดจนแทบทนไม่ไหว
ลองฝืนนวด และนอนพักดู 2-3 วัน ก็ไม่ดีขึ้น เลยตัดสินใจไปหาหมอ
ซึ่งหมอก็ลองให้นอนพักดูอาการในรพ.

และแล้ว รุ่งเช้าตี 2 ของวันถัดไป ฉันก็เกิดอาการเจ็บท้องขึ้นมา
รอดูกระทั่งตี 4 เห็นท่าทีไม่ไหว พยาบาลเลยพาไปห้องรอคลอดทันที
และแล้วก็สรุปว่าเป็นอาการเจ็บจริง ซึ่งก็โชคดี ที่ได้นอนรพ. ในคืนนั้น
เลยไม่ต้องฉุกละหุกในการเดินทางมามากนัก ของต่าง ๆ ก็เตรียมพร้อมไว้ส่วนหนึ่งแล้ว

ฉันตั้งใจจะคลอดเอง เลยนอนทนรอทรมานอยู่ร่วม 12 ชม. เพื่อให้ปากช่องคลอดเปิด
ซึ่งตามหลักการแพทย์ คือต้องรอให้ปากช่องคลอดเปิด 10 cent ซึ่งแต่ละนาทีที่ผ่านไป
ก็จะมีอาการเจ็บท้อง และมดลูกบีบรัด ให้เจ็บ ทรมานตลอด แม้ว่าจะได้ฉีดยาแก้ปวดบรรเทา
แต่ก็ยังคงเหลืออาการเจ็บให้รู้สึกได้ถึงความทรมานเป็นอย่างมาก
คนเฝ้าลุ้น อย่างแม่ และสามี ก็ยังถึงกับน้ำตาซึม ส่วนตูนก็แทบจะเป็นลมไปเหมือนกัน
และแล้วเมื่อปากมดลูก เปิดเต็มที่ ก็ถึงเวลาต้องออกแรงเบ่งเจ้าตัวน้อยออกมา
แต่เมื่อพยายามได้ระยะหนึ่ง กลับพบว่าเจ้าตัวเล็ก อยู่ในท่านอนหงาย ซึ่งจะออกมาไม่ได้
สุดท้าย ก็เลยต้องตัดสินใจทำการผ่าตัด ซึ่งสรุปเป็นการเจ็บถึง 2 ต่อเลยทีเดียว
และแล้ว การผ่าตัดการผ่านพ้นไปด้วยดี เจ้าตัวเล็กก็ได้ออกมาลืมตาดูโลก
ด้วยน้ำหนักตัวไม่น้อยถึง 3482 กรัม ความยาว 50ซม และสภาพสมบูรณ์ดี

ภาพอัลตราซาวด์ แบบเต็ม ๆ

เอามาเฉลยให้ชมกันละจ้า



อัลบั้มเต็ม ๆ กดไปดูกันเลยนะ (35 รูป)


กดดูรูปใหญ่ล่ะ จะเห็นมีบางรูป เฉลยว่าเพศไหน รูปไหนไม่บอก หากันเอง

ไปซาวด์มาแล้วววว



อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นการตรวจวิเคราะห์โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง
โดยทำการส่งคลื่นเสียงความถี่สูง ส่งคลื่นเสียงผ่านหัวตรวจไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ต้องการตรวจ
เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับเนื้อเยื่อร่างกายต่างชนิดกัน ก็จะหักเหสะท้อนกลับมาต่างกันไป
และจะนำสัญญาณสะท้อนเหล่านี้แปลงเป็นสัญญาณภาพปรากฎบนจอ

โดยสำหรับทารกนั้น สามารถอัลตราซาวด์ เพื่อดูเพศได้ เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 20-22 สัปดาห์
แต่อาจจะเห็นเพศหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับท่าของลูกในขณะนั้น แต่นอกจากดูเพศแล้ว ก็ยังมีประโยชน์อื่น
คือสามารถดูพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหว อากัปกริยา
รวมความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ เช่น แขนขา ครบหรือไม่ เป็นต้น

และแน่นอน เราก็ไปดูมาแล้ววววว ถ่ายมาหลายภาพ หลาย Act เลย อิอิ
แต่ยังไม่โชว์ทั้งหมด ขอแปะ Ultrasound 4D ให้ดูเล่น ๆ กันก่อน 1 รูป
ให้ทายกันเล่น ๆ ว่า ชาย หรือ หญิง ค่อยมาเฉลยวันหลังนะ
ทายกันเข้ามาก่อนล่ะ ไม่ทายไม่เฉลยด้วย


ดิ้นแล้วววว .......



ฉันท์พูดถึงการดิ้นของลูกมาหลายครั้ง เราก็รีบเข้าไปจับ แต่ก็ไม่เคยทันซักที คงอายพ่อ (อิอิ)
เพิ่งจะมีเมื่อคืนนี้เอง ที่กำลังกอด นอนดูทีวีอยู่พอดี ก็รู้สึกถึงการดิ้น ดุ๊กดิ๊ก ของเจ้าตัวน้อย

โดยปกติสัปดาห์ที่ 10-14 ลูกจะเริ่มดิ้นแล้ว แต่แม่มักจะยังไม่รู้สึก
จะเริ่มรู้สึกในช่วงสัปดาห์ที่ 16-22 โดยส่วนใหญ่ มักจะรู้สึกในสัปดาห์ที่ 20 ในท้องแรก
หากเป็นท้องที่สอง จะรับรู้การดิ้นได้เร็วขึ้น ในสัปดาห์ที่ 16

การดิ้นของทารก ก็เหมือนคนเราทั่วไป หากแข็งแรงดี ก็มักจะไม่อยู่นิ่ง
ถ้าไม่สบาย จะนอนอยู่เฉยๆ ดังนั้น การดิ้นของลูก ก็เป็นสิ่งที่แม่ควรจะใส่ใจ
เพราะแสดงถึงการตอบสนอง และการตื่นตัวที่ดีของทารก

ปัจจัยที่มีผลต่อการดิ้น ก็เช่น ปริมาณน้ำคร่ำ เสียงภายนอก แสงภายนอก ท่าของมารดา และอื่น ๆ
หากทารกดิ้นน้อยเกินไป อาจเกิดปัญหาจากการขาดออกซิเจน หรือขาดอาหารก็เป็นได้
หากทารกดิ้นน้อยกว่า 4 ครั้ง ใน 6 ชม. หรือ น้อยกว่า 10 ครั้งใน 12 ชม. ควรพบแพทย์ทันที

เตรียมพร้อมเป็นพ่อแม่...


หากคู่สามีภรรยาคนใด แต่งงานกันด้วยความยินยอมพร้อมใจ และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแล้ว
การที่จะมีเจ้าตัวน้อย เกิดขึ้นมาซักคน ด้วยความพร้อมเพียงพอของครอบครัวแล้ว
เชื่อว่า เจ้าตัวน้อย ย่อมเป็นจุดศูนย์รวมความรัก ความเอาใจใส่ จากพ่อแม่และครอบครัว
แต่กระนั้น เพียงแค่ความรัก ความเอาใจใส่ ยังไม่เพียงพอ สิ่งที่ต้องมีเพิ่มเติม
ก็ต้องเป็น ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อที่จะได้สอนสั่งให้เจ้าตัวน้อยของเรา
เพื่อให้เจ้าตัวเล็กเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ
จึงได้กำเนิดเว็บนี้ขึ้นมา เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงเทคนิค ความรู้ความเข้าใจ
ที่ได้ศึกษา และเตรียมตัวมา เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ รวมถึงพร้อมยินดีรับฟัง
คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง